วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ไอ้เนี่ย มันขี้เกียจหมอ มันอ้วน มันนอนทั้งวัน ไม่ค่อยลุกเดิน"

 
สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ^^

คุณเคยรู้สึกแบบข้างบน กับน้องหมาที่บ้านบ้างมั้ยคะ?

มันขี้เกียจ มันอ้วน มันนอนทั้งวัน

มันแก่ มันเลยไม่ค่อยลุกเดิน

เดี๋ยวก่อนค่ะ!! หยุดความคิดนั้นก่อนค่ะ!!

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หมอพบว่าแท้จริงแล้วน้องหมาหลายๆตัว ไม่ได้อ้วนแล้วขี้เกียจ ไม่ได้แก่แล้วขี้เกียจ

แต่!! เป็นเพราะ

เค้าอ้วน แล้วทำให้มีปัญหาข้อเสื่อม ข้ออักเสบตามมา ทำให้เวลาลุกเดินแต่ละที ก็เจ็บ ปวดไปหมด ทำให้รู้สึกว่า ไม่เดิน ไม่วิ่งดีกว่า

ยิ่งเดิน ยิ่งปวด ยิ่งวิ่ง ยิ่งเจ็บ งั้นนอนเหอะ - -"

เช่นเดียวกับน้องหมาแก่ ที่มักมีปัญหาข้อเสื่อม ข้ออักเสบตามมา เมื่ออายุมากขึ้น

ดังนั้น ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องหมาเราดูขี้เกียจเคลื่อนไหว

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเค้าขี้เกียจนะคะ

เพราะเค้าอาจปวดข้อ เจ็บเข่า แล้วไม่อยากลุกอยู่ก็ได้

ควรพาน้องหมาไปหาคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมดูค่ะ เพราะถ้ามีปัญหาดังกล่าวจริงๆ จะได้แก้ไขได้อย่างถูกต้อง น้องหมาของเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ^^

อย่าลืมนะคะ หมาเราอาจไม่ได้ขี้เกียจ แต่อาจกำลังปวดอยู่ก็ได้ น้องหมาเค้าพูดไม่ได้  คุณเจ้าของต้องหมั่นสังเกตนะคะ

ด้วยรักและปรารถนาดี
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว นครศรีธรรมราช

#แมว #หมา #สัตวแพทย์ #รักษาสัตว์ #โรงพยาบาลสัตว์ #สุนัข #ฝากเลี้ยง #โรงแรมแมว #บ้านหมากะแมว
#นครศรีธรรมราช #เทศบาลนครศรีธรรมราช #เมืองนครศรีธรรมราช

🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com

เชอรี่อาย

วันนี้มีน้องหมาพันธุ์ bulldog มาผ่าตัดเชอรี่อายค่ะ

เชอรี่อายเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่บริเวณหนังตาที่สาม (ซึ่งคนไม่มีหนังตานี้ค่ะ) 

โดยจะมีก้อนปูดๆขึ้นมาดังภาพ 

การแก้ไขเชอรี่อาย ทำได้โดยการผ่าตัด เนื่องจากการรักษาทางยามักไม่ได้ผล

การผ่าตัดมี 2 วิธีค่ะ คือ 

1.ตัดเชอรี่อายออก วิธีนี้ทำค่อนข้างง่าย ค่าใช้จ่ายถูก แต่มักทำให้เกิดปัญหาตาแห้งตามมา เนื่องจากตำแหน่งนี้ มีต่อมน้ำตาอยู่ด้วย การตัดเชอรี่อายทิ้ง ก็ทำให้ต่อมน้ำตาถูกตัดทิ้งไปด้วยค่ะ

2."เย็บกด เชอรี่อายลงไป" วิธีนี้ต่อมน้ำตาจะสามารถทำงานได้ตามปกติ ไม่เกิดปัญหาตาแห้งตามมาค่ะ

ซึ่งน้องบูลด้อก ตัวนี้ เจ้าของเลือกผ่าตัดด้วยวิธีที่ 2 
เพราะไม่อยากให้น้องมีปัญหาตาแห้งตามมาค่ะ

ปรึกษาปัญหาเรื่องตาน้องหมาได้ที่  โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 099-8249565 , 062-9646265 ค่ะ^^

#แมว #หมา #สัตวแพทย์ #รักษาสัตว์ #โรงพยาบาลสัตว์ #สุนัข #ฝากเลี้ยง #โรงแรมแมว #บ้านหมากะแมว
#นครศรีธรรมราช #เทศบาลนครศรีธรรมราช #เมืองนครศรีธรรมราช

🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀💞🍀
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com
 

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

วิธีรับมือกับ พฤติกรรมทิ้งกลิ่นในแมว"

"วิธีรับมือกับ พฤติกรรมทิ้งกลิ่นในแมว"
แมวบ้านไหนมีพฤติกรรมเหล่านี้บ้างคะ

✔️ สเปรย์ฉี่ทั่วบ้าน - -"

✔️ ข่วนเครื่องเรือนอันเป็นที่รักทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโซฟา ไม้ ทุกสิ่งอย่าง

โห ยกมือกันเพียบเลยเหรอคะ 55555

วันนี้หมอจะมาแนะนำ "วิธีรับมือกับพฤติกรรมทิ้งกลิ่นในแมวเหมียวค่ะ" (การข่วนเครื่องเรือน เป็นพฤติกรรมการทิ้งกลิ่นไว้ แบบนึงในแมวค่ะ)

1.ไปหาซื้อสเปรย์ไล่แมว มาสเปรย์ลงบนเครื่องเรือน อุปกรณ์ โซฟา ที่เราไม่อยากให้น้องแมวเข้าไปข่วนค่ะ

2.ปิดคลุมเครื่องเรือนด้วยวัสดุที่แมวไม่ชอบ เช่น แผ่นพลาสติก (ข่วนแล้วมันติดอ่ะ ไม่มันเลย) แผ่นอลูมิเนียม (ข่วนแล้วมันดังน่าตกใจ ไปดีกว่าาาา)

3.ย้ายเครื่องเรือน หรือ ข้าวของที่น้องแมวชอบทิ้งกลิ่น ไปไว้ในห้องที่น้องแมวเข้าไม่ได้ค่ะ (เมื่อน้องแมวอยู่ พี่เครื่องเรือนก็ต้องไป TT TT )

4.ทำความสะอาดบริเวณที่น้องแมวชอบทิ้งกลิ่น ไม่ให้มีกลิ่นหลงเหลืออยู่ค่ะ  เพราะถ้ามีกลิ่นอยู่เค้าก็จะมาฉี่อีกโดย

- เช็ดด้วยผ้าแห้ง ซับฉี่ออกให้หมด!!

- ฆ่าเชื้อและดับกลิ่นด้วยเอทิลแอลกอฮอล์ พ่นลงไป แล้วค่อยเช็ดออกให้แห้ง

- ถ้าเป็นบนพื้นพรม ให้โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้น ทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นค่ะ

ลองนำไปใช้กันดูนะคะ และ หากสมาชิกแฟนเพจท่านใด  มีวิธีการ กลเม็ดเด็ดๆ เกี่ยวกับวิธีรับมือ พฤติกรรมทิ้งกลิ่นในแมว ก็เอามาแชร์กันได้นะคะ

และถ้าชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ฝากกด like กด love กด share เพื่อเป็นกำลังใจให้หมอด้วยนะคะ^^

แล้วพบกันใหม่บทความหน้า
ด้วยรักในหมาแมวสี่ขาค่ะ^^
หมอส้มเช้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ รู้ใจแมวค่ะ

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀

โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com
 

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

สังเกตอย่างไรว่าน้องหมาของเราเสี่ยงเป็นมะเร็งมั้ย

"สังเกตอย่างไร ว่าน้องหมาของเราเสี่ยงเป็นมะเร็งมั้ย"

ช่วงนี้หมอเจอน้องหมาเป็นเนื้องอกและมะเร็งเยอะเหลือเกินค่ะ วันนี้เลยเอาวิธีสังเกตอาการของน้องหมา ว่าเสี่ยงที่จะเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งมั้ย มาฝากกันค่ะ

1.มีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ตัวน้องหมา และก้อนนั้นก็ไม่ยุบหายไป หรืออาจจะโตขึ้นเรื่อยๆ

2.มีแผลเรื้อรัง ทำแผล กินยา นานมากแล้ว ไม่หายซะที

3.น้ำหนักตัวลดลง ทั้งที่ยังกินอาหารได้ปกติ

4.เบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ

5.พบเลือดหรือสิ่งคัดหลั่ง ไหลออกจากช่องเปิดของร่างกายเป็นระยะเวลานาน เช่น อวัยวะเพศ จมูก

6.มีกลิ่นเหม็นผิดปกติจากร่างกาย

7.กลืนอาหารลำบาก

8.ออกกำลังได้น้อยลงกว่าเดิม หรือ ไม่ยอมออก

9.เจ็บ ปวด เวลาเดิน หรือ เดินแข็งๆ

10.หายใจติดขัด หรือ ขับถ่ายลำบาก

ถ้ามีน้องหมาของเจ้าของท่านใด มีอาการ 1 ใน 10 ข้อ ตามด้านบน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ โดยด่วนค่ะ 

มะเร็งหรือเนื้องอกในน้องหมา ก็เหมือนในคนค่ะ เจอเร็ว ตรวจพบเร็ว ย่อมมีโอกาสรักษาหาย ได้มากกว่าตอนที่มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วตัวแล้วค่ะ

ที่สำคัญ เราจะไม่รู้เลยว่าน้องหมาของเรามีความผิดปกติตรงไหนบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสังเกต จับ สัมผัสน้องหมาของเราค่ะ

มะเร็งอาจเป็นโรคร้าย แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่า การไม่รัก ไม่ใส่ใจจากเจ้าของ ปล่อยให้น้องหมาป่วย อาการลุกลามยิ่งกว่าการแพร่กระจายของมะเร็งนะคะ

เลี้ยงแล้ว อย่าลืม รักและใส่ใจด้วยนะคะ

แล้วไว้เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ
ด้วยรักในหมาแมวสี่ขา^^

หมอส้มเช้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือสื่อรักสัตว์เลี้ยง ฉบับที่ 258 คอลัมน์ เลี้ยงเป็นลืมป่วย เขียนโดย สพ.ญ.กนกวรรณ คิ้วสุวรรณ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

🍀🌲🍀🌲🍀🌲🍀🌲🍀🌲🍀🌲🍀🌲🍀🌲

โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com
 

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มารู้จักโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวกันเถอะ

"มารู้จักมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวกันเถอะ"

ช่วงที่ผ่านมามีแมวหลายๆตัวทีป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 และเป็นเรื่องที่เจ้าของทำใจได้ยากยิ่งเมื่อบางตัวมาหาหมอในสภาวะที่เกินจะเยียวยาและต้องเสียชีวิตลง 

ในขณะที่บางตัวมาเร็วก็ยังมีชีวิตอยู่และประคับประคองดูแลกันไป 

แต่คำถามที่ตามมาคือ 

โรคนี้คืออะไร?

 ติดต่อได้อย่างไร?

 เมื่อเป็นแล้วจะทำยังไงต่อไป?

 แล้วตัวอื่นๆในบ้านจะทำยังไงดี ??

บลา บลา .........

ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักโรคนี้กันค่ะ^^

สาเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว

โรคนี้เป็นโรคติดต่อในแมว มีชื่อว่า Feline Leukemia Virus (FeLV) โดยจะติดต่อเฉพาะในสัตว์ตระกูลแมวเท่านั้น ไม่ติดคนค่ะ^^

การติดต่อของโรค

ติดต่อผ่านการกัดกัน ผ่านรก ติดจากน้ำนมจากแม่สู่ลูก ติดผ่านน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะอุจจาระค่ะ

อาการที่พบได้

อาการที่พบได้จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ขึ้นกับระยะของโรคและปริมาณการเพิ่มจำนวนของไวรัสค่ะ

อาการที่พบ เช่น 

• ซึม ซีด น้ำหนักลด ไม่กินอาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต ช่องปากอักเสบ บางตัวอาจมีไข้เรื้อรัง

• ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง ทำให้ติดเชื้อต่างๆได้ง่าย

• แม่แมวที่ติดเชื้อ อาจแท้งลูกและพบลูกตายแรกคลอดสูงกว่าแมวปกติ(ลูกแมวอาจเสียชีวิตหลังคลอดได้ 1-2 สัปดาห์)

• มีอาการทางระบบประสาท ชัก เดินเซ

• อาจพบเนื้องอกตามส่วนต่างๆของร่างกาย

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวเราติดเชื้อ FeLV รึเปล่า

วิธีตรวจที่นิยมคือ การใช้ชุดตรวจสำเร็จรูปตรวจหาองค์ประกอบของเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นวิธีที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก และรอผลตรวจไม่นาน 

แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ อาจเกิดผลลบลวง ในกรณีที่ แมวป่วยอยู่ในระยะแฝง(ทั้งที่เป็นโรคแต่ตรวจหาเชื้อไม่เจอ)

 ดังนั้นสัตวแพทย์จะใช้การตรวจอื่นๆประวัติและอาการในการวินิจฉัยร่วมด้วย และควรตรวจซ้ำหลังจากตรวจครั้งแรกที่ 2-3 เดือนอีกครั้งนึงค่ะ

การดูแลแมวที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

• ควรแยกแมวตัวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์กระบะทรายต่างๆ นอกจากนั้นไม่ควรปล่อยแมวป่วยออกไปนอกบ้าน เพื่อลดการติดเชื้ออื่นๆแทรกซ้อน รวมถึงลดการแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นๆด้วยค่ะ

• ควรทำหมันแมวเพื่อลดการติดต่อของโรค

• พาไปพบสัตวแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
จะป้องกันไม่ให้น้องแมวติดไวรัสนี้ได้อย่างไร

• ควรเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้าน เพื่อลดการติดเชื้อไวรัสนี้จากแมวตัวอื่น

• ทำหมัน เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าว ที่อาจทำให้เกิดการกัดกันกับแมวตัวอื่น

• ก่อนนำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงควรทำการตรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีโรคนี้อยู่

• หากพบแมวที่เป็นโรคนี้ในบ้านต้องเลี้ยงแยกกับแมวตัวอื่น

• ควรทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคิเมีย ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยสามารถทำได้ตั้งแต่แมวอายุ 2 เดือนครึ่งขึ้นไป 

ก่อนทำวัคซีนควรตรวจหาเชื้อไวรัสก่อน 

ถ้าผลการตรวจเป็นลบ ก็เริ่มทำวัคซีนได้ 

แต่ถ้าผลเป็นบวก ให้รออีก 2-3 เดือนและตรวจซ้ำอีกที ถ้าผลตรวจยังเป็นบวก ก็ไม่แนะนำให้ทำวัคซีนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สื่อรักสัตว์เลี้ยงค่ะ
❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️

โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com
 

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไส้เลื่อนข้างก้น

คุณหมอคะ หมาพี่มีถุงตุงๆข้างก้น!!! 

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึง อาการนี้ค่ะ

"Perineal Hernia" 

อ้ะๆๆๆ อย่าๆๆ อย่าเพิ่งงงค่ะ เดี๋ยวหมอจะค่อยๆอธิบายให้อ่านกันนะคะ

ภาวะนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก กล้ามเนื้อบริเวณข้างก้นของน้องหมา (น้องแมวก็เกิดได้นะ แต่โอกาสเกิดน้อยกว่ามากกก) เกิดการอ่อนแรงและกล้ามเนื้อมีการแยกออกจากกัน จนเกิดเป็นช่องว่างขึ้นมา และมีอวัยวะในช่องท้อง เช่น ลำไส้ เนื้อเยื่อไขมัน กระเพาะปัสสาวะ ไหลเข้ามากองอยู่ในช่องว่างนั้นค่ะ

ส่งผลให้ข้างก้น มีถุงก้อนโตเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นข้างเดียวหรือ สองข้างก็ได้ค่ะ

โดยภาวะนี้มักพบใน น้องหมาเพศผู้อายุเยอะที่ยังไม่ได้ทำหมัน

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยโน้มนำการเกิดถุงข้างก้นนี้ด้วยค่ะ ได้แก่ 

-ต่อมลูกหมากโต (มักพบในน้องหมาเพศผู้อายุ 5 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้ทำหมัน)
-ท้องผูก
-ท้องเสีย
-ต่อมข้างก้นอักเสบ

หมอคะ แล้วขุ่นพี่จะสังเกตได้ยังไงคะ ว่าหมาพี่จะเกิดภาวะนี้รึเปล่า?????

ง่ายมากค่ะ คุณพี่สังเกตว่าน้องหมาของคุณพี่มีอาการดังต่อไปนี้รึเปล่านะคะ

-เบ่งถ่าย
-ท้องผูก
-ข้างก้นบวม อาจจะข้างเดียวหรือสองข้าง
-ปัสสาวะไม่ออก เพราะกระเพาะปัสสาวะหลุดไปอยู่ในถุงข้างก้น ทำให้ท่อฉี่พับ ฉี่ไม่ออกและไตวายตายได้นะคะ

อู้วววววว น่ากลัวมากค่ะคุณหมอ แล้วถ้าเกิดหมาพี่เป็นแล้ว จะแก้ไขได้มั้ยคะ

ได้ค่ะ^^ (หมอยิ้มสวยด้วยนะจ้ะ)

เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้น เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดค่ะ

แต่ผ่าตัดแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้นะคะ ดังนั้นโดยส่วนใหญ่คุณหมอมักจะให้กำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาด้วยค่ะ 

เช่น ทำหมันน้องหมา เพื่อกำจัดปัญหาต่อมลูกหมากโต
 จัดการเรื่องอาหารเพื่อป้องกันภาวะท้องผูกเป็นต้นค่ะ

แล้วจะมีวิธีป้องกันมั้ยคะหมอ??? ไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับลูกพี่เลยอ่ะค่ะ

งั้นหมอขอแนะนำตามนี้นะคะ

1.ทำหมันน้องหมา เพื่อลดปัญหาต่อมลูกหมากโตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

2.จัดการเรื่องอาหารให้สมวัย จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ถ่ายไม่ออกค่ะ

3.หมั่นดูแลเรื่องต่อมก้น ไม่ให้อุดตัน อักเสบค่ะ

จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ

หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของน้องหมา น้องแมวทุกท่านนะคะ

เหมือนเดิมค่ะ หากคิดว่าบทความเป็นประโยชน์ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้หมอด้วยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099-8249565,062-9646165 ค่ะ^^

#โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว #รักษาสัตว์ #นครศรีธรรมราช
 

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หินปูนในน้องหมา ร้ายกว่าที่คุณคิด

สวัสดีค่ะ เราชื่อหมอส้มเช้ง 55555

ไม่ใช่แล้วค่ะ วันนี้เอาภาพ before & after ก่อนขูดหินปูน และหลังขูดหินปูนมาให้ดูกันค่ะ^^

รู้มั้ยคะ ว่าหินปูนในน้องหมา ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กๆ ธรรมดาเลยนะ

ว่าแล้วก็ขอเล่าเลยล่ะกันนะคะ ว่าเจ้าตัวร้ายนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง

1.ทำให้น้องหมาปวดฟัน เป็นฝีที่โพรงรากฟัน กินอาหารยากและลำบาก

2.แบคทีเรียที่อยู่ในโพรงฟัน มีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด แล้วเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น
ตับอักเสบ ไตวาย และลิ้นหัวใจอักเสบได้ค่ะ

3.ทำให้ขากรรไกร เปราะและแตกหักได้ง่าย เนื่องจากฟันรากฟันเสียหายและเสื่อมสภาพไปค่ะ

4.ในน้องหมาหลายๆตัวที่เป็นฝีที่โพรงรากฟัน จะมีการทะลุระหว่างช่องปากและช่องจมูก ทำให้น้องหมามีน้ำมูกไหล มีกลิ่น จาม สำลัก อยู่ตลอดได้ค่ะ

ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ ว่าเรื่องเล็กๆแค่หินปูน จะทำร้ายร่างกายน้องหมาได้ขนาดนี้

และปัญหาเหล่านี้ มักเกิดในนัองหมาพันธุ์เล็ก มากกว่าน้องหมาพันธุ์ใหญ่ค่ะ

ว่าแล้วก็พาน้องหมาไปหาหมอเพื่อทำฟันกันดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะมีปัญหาลุกลามใหญ่โต จริงมั้ยคะ^^

ด้วยรักและปรารถนาดี
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ 099-8249565 id line : cheng025
 

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

หมอคะแมวหนูฉี่เรี่ยราดค่ะ ทำยังไงดีคะ

เคยเจอปัญหาแมวฉี่เรี่ยราดในบ้านกันบ้างมั้ยคะ???

แบบที่ยกหางขึ้น แล้วก็ปี้ด!! ตรงนั้นที ตรงนี้ที

นั่นล่ะค่ะ^^
...
พฤติกรรมนี้เรียกว่า "การทิ้งกลิ่นค่ะ"

และไม่ได้เป็นเฉพาะในตัวผู้เท่านั้นนะ ตัวเมียก็ทำค่ะ

มาดูกันว่าเราจะแก้ไข พฤติกรรม ฉี่ปี้ด ปี้ด ทั่วบ้านนี้ได้ยังไงบ้างค่ะ

1.ตอนหรือทำหมันซะเลย

เนื่องจากแมวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ บางตัวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ค่ะ ทำให้เริ่มมีการประกาศอาณาเขต "ที่ตรงนี้ของข้านะเฟ้ย!!" ขึ้นมาค่ะ

2.กำจัดความเครียด

แมวหลายๆตัวแสดงพฤติกรรมนี้เพราะเครียดค่ะ ดังนั้นต้องหาให้ได้ว่าแมวของเราเครียดจากอะไร มาดูตัวอย่างความเครียดที่ทำให้แมวฉี่เรี่ยราดกันค่ะ

✔เจ้าของไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ค่อยมีเวลาให้

✔มีคนแปลกหน้ามาที่บ้านบ่อยๆ

✔กระบะทรายสกปรก ลงไปฉี่ไม่ลงค่ะ

✔เปลี่ยนตำแหน่งกระบะทรายหรือเปลี่ยนชนิดทรายที่ใช้

✔เปลี่ยนวิ่งแวดล้อมในห้องหรือย้ายบ้าย

✔มีการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัว

✔มีแมวที่ไม่ชอบขี้หน้ามาอยู่ร่วมบ้าน (โอ้วแรงอ่ะ)

✔มีแมวตัวอื่นเข้ามาในละแวกบ้าน

 เยอะเลยใช่มั้ยคะ^^

ส่วนการแก้ไข ก็ต้องหาให้เจอค่ะ ว่าแมวของเรามีพฤติกรรมฉี่เรี่ยราดมาจากอะไร ถ้าเป็นเพราะเข้าสู่วัย

เจริญพันธุ์ก็ทำหมันค่ะ แต่ถ้าเป็นเพราะเครียด ก็ต้องแก้ไขความเครียดนั้นค่ะ

การเรียนรู้พฤติกรรมแมว ทำให้เราเข้าใจแมวมากขึ้น รู้ว่าแมวต้องการอะไร ทำแบบนี้เพราะอะไร ส่งผล

ให้แมวและเจ้าของแมวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ

อย่าลืมนะคะ เลี้ยงเมื่อพร้อม เลี้ยงอย่างรับผิดชอบ เลี้ยงอย่างเข้าใจค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

ด้วยรัก
หมอส้มเช้งค่ะ^^

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้ใจแมว ยิ่งรู้จัก ยิ่งใกล้กัน"

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว นครศรีธรรมราช
www.bannmhakamaeo.com

โทร 075-447775,083-8959865

Id line : cheng025
เปิดบริการทุกวัน 9.00-20.00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทองแดง!!!!!

ทองแดง!!!

เห็นขึ้นหัวเรื่องแบบนี้สงสัยใช่มั้ยคะ
ทองแดงมันมาเกี่ยวอะไรกับ หมาๆแมวๆ
...
และเกี่ยวอะไรกับลูกโตๆในภาพประกอบ

"ทองแดง" ใช้เป็นชื่อเรียกความผิดปกติจากการที่ ลูกอัณฑะ ไม่ยอมลงไปอยู่ในถุงอัณฑะค่ะ

โอ๊ะโอ่!!
สาเหตุ เกิดมาจากตัวที่ทำหน้าที่ในการดึงลูกอัณฑะ ลงไปในถุงอัณฑะ ซึ่งมีชื่อเก๋ๆว่า Gubernaculum ไม่ทำงานค่ะ (อู้งานว่างั้น 555)

จากการอู้งานของ Gubernaculum ส่งผลให้ลูกอัณฑะไปอยู่ผิดที่ ผิดทาง ซึ่งอาจจะไปอยู่ในช่องท้อง ขาหนีบ หรือ แถวๆฝีเย็บ โดยอาจจะเกิดแค่ข้างเดียว หรือ เป็นทีเดียว 2 ข้างเลยก็ได้ค่ะ

ก็แค่อยู่ผิดที่ หมอถึงกับเอามาเขียนบทความเป็นหน้าๆเลยเหรอ???

ใช่แล้วค่ะ มันต้องสำคัญสิ

 เพราะการอยู่ผิดที่ของเจ้าลูกอัณฑะ ส่งผลให้

อัณฑะใบที่อยู่ผิดที่ไม่สร้างอสุจิ เพราะตำแหน่งที่อยู่ไม่เหมาะต่อการสร้าง ทำให้ผสมติดน้อย หรือ ผสมติดยาก

 แต่ก็ยังสามารถสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ตามปกตินะคะ

ที่สำคัญ คือ 70-80% ของลูกอัณฑะที่เป็นทองแดง มักจะกลายเป็นเนื้องอก หรือ มะเร็ง
(เรื่องใหญ่แล้วมั้ยล่ะ!!!!)

นอกจากนั้น การเกิดทองแดง ยังถ่ายทอดพันธุกรรมความผิดปกตินี้ไปยังรุ่นลูก รุ่นหลานด้วยนะคะ

อ้าวว แล้วเราจะรู้ได้เมื่อไหร่ล่ะคะหมอ ว่าหมาแมวเราเป็นทองแดง??

การวินิจฉัยว่าเป็นทองแดง ฟันธง ที่อายุ 6-8 เดือนค่ะ ถ้าอายุ 8 เดือนแล้ว ลูกตุ้ม 2 ใบยังไม่มา ก็ฟันธง โป๊ะเช้ะ ได้เลย ว่าทองแดงมาเยือนแล้วค่ะ

มาดูน้องหมาพันธุ์ที่เจอบ่อยๆว่าเป็นทองแดงกันค่ะ แต่น แตน แต๊นนนนน ได้แก่
Yorksire Terrier, Pomeranian ,Toy Poodle , Miniature , Siberian Husky , Chihuahua และ German Shepherd ค่ะ

แล้วมีวิธีการรักษามั้ยคะหมอ หนูกลัวหมาหนูเป็นมะเร็ง???

การรักษา คือ จะต้องผ่าตัดทำหมันเอาอัณฑะที่เป็นทองแดงออกค่ะ และ ไม่ควรให้ตัวผู้ตัวนั้นมีลูกหรือเป็นพ่อพันธุ์ เพราะลูกก็จะผิดปกติเหมือนพ่อ หรือได้รับยีนส์นั้นไปค่ะ

หมอคะไม่อยากผ่าอ่ะค่ะ รอเป็นมะเร็งก่อนแล้วค่อยผ่าได้มั้ยคะ???

^^ได้ค่ะ แต่ลองคิดดูดีๆนะคะ ว่าผ่าอัณฑะที่ยังไม่เป็นมะเร็ง ก้อนเท่าลองกอง 1 ลูก กับรอให้เป็นมะเร็ง แล้วให้หมอผ่าลูกมะพร้ามน้ำหอม 1 ลูก ออกจากช่องท้อง อันไหนจะแผลใหญ่และอันตรายกว่ากัน อิอิ อันนี้ฝากคุณเจ้าของพิจารณากันเองนะคะ

สุดท้ายขอขอบคุณข้อมูลจาก ศาสตราภิชาน.น.สพ.ดร.ชัยณรงค์ โลหชิต ค่ะ

และหากต้องการคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์ บ้านหมากะแมว
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
โทร 083-8959865 , 075-447775
id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ภาวะไข้น้ำนม

   
สวัสดีวันพฤหัสบดี สิ้นเดือนตุลาคมค่ะ วันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆค่ะ อีก 2 เดือนก็จะสิ้นปีอีกแล้ว หลังจากเมื่อวานเราคุยกันถึงภาวะการคลอดยากในสุนัขกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันถึงภาวะไข้น้ำนม ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดหลังจากคลอดลูกหรือกำลังเลี้ยงลูกอยู่นั่นเองค่ะ

ภาวะไข้น้ำนม คือ ภาวะที่ระดับแคลเซี่ยมในร่างกายแม่สุนัขต่ำลง แม่สุนัขที่ให้นมลูก จะสูญเสียแคลเซี่ยมผ่านทางน้ำนมอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสุนัขสายพันธุ์เล็กจะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแคลเซี่ยมต่ำมากกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่

อาการของภาวะไข้น้ำนม
-    แม่สุนัขกระวนกระวาย
-    เดินไม่สัมพันธ์กัน
-    ขาแข็ง เดินไม่ได้
-    มีไข้สูง
-    กล้ามเนื้อสั่น
-    อัตราการหายใจสูง
-    ชัก และถ้าแก้ไขภาวะนี้ไม่ทัน สุนัขอาจเสียชีวิต

แนวทางการรักษาไข้น้ำนม : ควรรีบพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ และให้แคลเซี่ยมเข้าทางหลอดเลือด ส่วนลูกสุนัขควรเลี้ยงด้วยนมทดแทน

แนวทางการป้องกันภาวะไข้น้ำนม : ควรให้แม่สุนัขกินอาหารสำหรับแม่สุนัขให้นมลูก หรือสูตรสำหรับลูกสุนัข หรืออาจเสริมแคลเซี่ยมให้กับแม่สุนัขที่กำลังให้นมลูก

ขอขอบคุณข้อมูลจากสื่อรักสัตว์เลี้ยง

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,
ID line cheng025
FB หมอส้มเช้ง : หมอส้มเช้ง คลินิกบ้านหมากะแมว
www.bannmhakamaeo.com

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ภาวะคลอดยากในสุนัข


สวัสดีค่ะ เนื่องจากช่วงนี้มีแม่สุนัขตั้งท้องเยอะเลยค่ะ วันนี้เลยหยิบเอาเรื่องภาวะคลอดยากมาให้อ่านกันค่ะ

ภาวะคลอดยาก คือ ภาวะที่แม่สุนัขไม่สามารถเบ่งคลอดลูกสุนัขออกมาได้ มีสาเหตุหลัก อยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ

1.สาเหตุมาจากแม่สุนัข ได้แก่ รูปร่างและขนาดช่องเชิงกรานของแม่สุนัขที่อาจจะแคบเกินไป จนลูกผ่านออกมาไม่ได้ และภาวะมดลูกเฉื่อยในแม่สุนัข

2.สาเหตุมาจากลูกสุนัข ได้แก่ ขนาดของลูกสุนัขที่ใหญ่เกินไปจนผ่านช่องเชิงกรานไม่ได้ ลูกมีการคลอดผิดท่า เช่น หันด้านข้างหรือท้ายลำตัวออก ลูกสุนัขพิการ หรือลูกเสียชีวิตก่อนเกิด

แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะพาแม่สุนัขไปพบสัตวแพทย์

1.เมื่อแม่สุนัขตั้งท้องเกิน 63 วัน

2.เมื่อระยะแรกของการคลอดมากกว่า 24 ชั่วโมง และยังไม่มีลูกสุนัขคลอดออกมมา

3.แม่สุนัขเบ่งคลอดมากกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที และยังไม่มีการคลอดตัวแรกออกมา

4.ระยะพักระหว่างการคลอดลูกตัวต่อไปนานเกิด 4 ชั่วโมง

5.มีเลือดออกจากช่องคลอดในปริมาณมาก

6.แม่สุนัขมีอาการอาเจียนและหมดแรงเบ่ง

เมื่อคุณหมอสงสัยภาวะคลอดยาก คุณหมอจะทำอะไรให้เราบ้าง

คุณหมออาจทำการตรวจช่องคลอด เอ็กซเรย์ส่วนช่องท้องเพื่อดูจำนวนลูกและท่าทางการคลอดของลูก อาจมีการอัลตร้าซาวน์เพื่อดูว่าลูกสุนัขยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากช่องเชิงกราน ขนาดของลูกสุนัข ท่าทางการออกของลูกสุนัขไม่มีปัญหา คุณหมออาจให้ยาเร่งคลอด แต่หากท่าทางผิดปกติ ลูกตัวใหญ่เกินไป ช่องเชิงกรานแคบ ลูกเสียชีวิต แม่สุนัขไม่มีแรงเบ่ง ก็อาจจะต้องผ่าคลอดทันทีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากสื่อรักสัตว์เลี้ยง

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,

ID line cheng025

www.bannmhakamaeo.com



วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

14วิธีเหมียว...บอกรัก(ภาคจบ)


11.บอกรักด้วยเสียงเมี้ยว เมี้ยว (Cat Meowing) สังเกตได้ว่าแมวจะส่งเสียงร้องกับเจ้าของ หรือผู้คนที่เค้าต้องการปฎิสัมพันธ์ด้วย แต่กับแมวด้วยกันเองน้อยครั้งมากที่เราจะได้ยินเสียงร้องเมี้ยวเมี้ยวโต้ตอบกัน มีบางตำราบอกไว้ว่าการส่งเสียงร้องเมี้ยวเมี้ยว มักจะเป็นการแสดงความรักของแมวที่มีนิสัยเรียบร้อย เจ้าเหมียวมักจะส่งเสียงร้องเมี้ยวเมี้ยวด้วยเสียงเบาๆพร้อมทั้งกระพริบตาช้าๆไปในคราวเดียวกัน หากเขาทำแบบนี้ขอให้คุณรู้ไว้ว่าเจ้าเหมียวของคุณอยากจะบอกว่า “รักนะ เธอรักฉันไหม”

12.รักนะ มาๆ เลียตัวให้ (Cat Grooming) แมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด เค้าใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลียขนตัวเอง เพื่อทำความสะอาดร่างกายตัวเอง รวมถึงเลียให้เพื่อนแมวที่ชอบ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่เจ้าของน่าจะสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ ในบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัวเวลาเราเห็นเค้าเลียตัวให้กัน เราก็รู้ได้ทันทีว่าเค้าแสดงความรักให้แก่กัน นอกจากการเลียตัวจะเป็นการแสดงความรักแล้วยังเป็นการสร้างกลิ่นให้แก่พวกเดียวกัน และเป็นการช่วยลดความเครียดให้แก่กัน ใครที่โดนเจ้าเหมียวเลียหัวเลียหน้าให้อย่าไปโกรธหรือรำคาญอาจจะจักจี้ไปบ้าง แต่ขอให้รู้ว่าเค้าแสดงความรักกับเราอยู่นะคะ

13.รักนะ ขอพ่นฉี่ตรงนี้หน่อย (Cat Spraying) ในยามที่แมวเครียด หรือวิตกกังวลหรือต้องการเรียกร้องความสนใจ เจ้าเหมียวบางตัว จะใช้วิธีสร้างอาณาเขตของตนโดยการพ่นปัสสาวะไปตามบริเวณต่างๆ เพื่อใช้ในการคลายความเครียดและเรียกร้องความสนใจ บางครั้งเจ้าตัวแสบอาจจะเลือกพ่นฉี่ตรงที่นอน เช่น เมื่อกะบะทรายสกปรกหรือเราเพิ่งเปลี่ยนผ้าปูใหม่ไป เพราะเค้าไม่ต้องการให้เราไปรักคนอื่น จึงจำเป็นจะต้องสร้างกลิ่นนี้ไว้ เพื่อจะบอกว่า “รักนะ สนใจฉันหน่อย”

14.เราหันก้นให้ แปลว่ารักนะ อย่าเข้าใจผิด (Cat Butts) แมวจะแสดงออกด้วยท่าทางแบบนี้ก็เฉพาะเมื่ออยู่กับคนที่เขาไว้ใจและรักมากที่สุดเท่านั้น คล้ายๆกับการทักทายสวัสดี เมื่อไหร่ก็ตามที่แมวของคุณกระโดดมานั่งบนตักหันก้นใส่หน้าคุณขอให้รู้ว่าเขาต้องการการชมเชยกลับ ลูบบริเวณโคนหางเขาสักนิด เพื่อเป็นสัญญาณตอบเจ้าเหมียวของคุณว่าคุณก็รักเขามากเช่นกัน

ขอขอบคุณบทความจาก VPAT NEWS แปลบทความและเรียบเรียงบทความนี้โดย สพ.ญ. ฐิติรัตน์ ไชยมี

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,
ID line cheng025
www.bannmhakamaeo.com

อ่าน 1-10 ข้อแรกได้ที่นี่ค่ะ
http://m.facebook.com/story.php?story_fbid=718496364893948&substory_index=0&id=119047174838873

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557


14วิธีเหมียว...บอกรัก(ภาคต่อ)

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ วันนี้เอาภาคต่อวิธีการบอกรักของแมวเหมียวมาให้อ่านต่อกันค่ะ

6.แมวหาของขวัญมาให้(Cat Gifting) แมวเป็นนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่ล่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของเล่น แมลงสาป หนู กบ และเมื่อล่ามาได้ก็จะนึกถึงคนที่รักเสมอๆแม้ว่าจะไม่ได้เป็นของขวัญที่คุณ ปรารถนาแต่ให้เชื่อเถอะว่า เขานำมาให้คุณเพราะเขารักคุณ ถ้าไม่รักจะไม่นำเอาของขวัญพิเศษเหล่านั้นมาให้คุณอย่างแน่นอน

7.ชวนเล่น(Cat Playing) โดยในเฉพาะลูกแมว จะรักการเล่นมาก แมวบางตัวถึงกับคาบของเล่นมาใกล้ๆเราเพื่อให้เราเล่นด้วย ซึ่งหากเขาเลือกคุณเป็นเพื่อนเล่นกับเขาแล้วนั่นหมายความว่าเจ้าเหมียวพึงพอ ใจคุณมาก เห็นคุณเป็นเพื่อนที่ไว้วางใจได้ เพราะฉะนั้นโปรดจงภูมิใจและอย่าเบื่อที่จะเล่นกับเจ้าเหมียวแสนซนของคุณนะคะ

8.บอกรักโดยการนอน(Cat Sleeping) ในฐานะที่แมวเป็นแชมป์การนอนหลับ แมวมักจะนอนหลับได้ถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่แมวหลับเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นแมวจำเป็นต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยและไว้ใจได้สถานที่ที่แมวชอบส่วน ใหญ่มักจะเป็นตักอุ่นๆของเจ้าของหรือไม่หากเรานอนคว่ำก็มักจะขึ้นมา นอนบริเวณหลัง บริเวณหน้าคอมพิวเตอร์ทำงานของคุณหรือแม้แต่หน้าหนังสือที่คุณอ่านเพลินๆบาง ทีเราอาจจะต้องเมื่อยไปนิดรำคาญไปบ้างก็ขอให้เข้าใจว่า นี่ก็เป็นวิธีบอกรักของเจ้าเหมียวอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน

9.กระพริบตาช้าๆ(Cat Eye Slow Eyes Blink) ดวงตาของแมวมีขนาดใหญ่มาก หากนำสัดส่วนดวงตาแมวเทียบขนาดตัวและหากนำสัดส่วนนั้นมาใช้ในคนพบว่าดวงตาคน จะต้องมีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้วดังนั้น จะเห็นได้ว่าดวงตาเป็นสิ่งสำคัญมาก ในการใช้ชีวิตเอาตัวรอดขงแมว ดังนั้นหากเจ้าเหมียวของคุณวางใบหน้าและดวงตาอันเปิดกว้างของเขาอยู่ใกล้คุณ แล้วแสดงว่าเขาไว้วางใจและหากเจ้าเหมียวของคุณ กระพริบตาช้าๆให้คุณแล้วนั่นเนสัญลักษณ์ว่า เค้ากำลังส่งจูบให้คุณอยู่

10.บอกรักด้วยหาง(Cat Meowing) สังเกตได้ว่าจะส่งเสียงร้องกับเจ้าของหรือผู้คนที่เค้าต้อการปฏิสัมพันธ์ ด้วย แต่กับแมวด้วยกันน้อยครั้งมากที่เราจะได้ยินเสียงเมี้ยว เมี้ยวตอบโต้กัน มีบางตำราบอกไว้ว่าการส่งเสียงร้องเมี้ยว เมี้ยว มักจะเป็นการแสดงความรักของแมวที่มีนิสัยเรียบร้อย เจ้าเหมียวมักจะส่งเสียงร้องเมี้ยว เมี้ยวด้วยเสียงเบาๆพร้อมทั้งกระพริบตาช้าๆไปในคราวเดียวกัน หกเค้าทำแบบนี้ ขอให้คุณรู้ว่าเจ้าเหมียวของคุณอยากจะบอกว่า “รักนะ เธอรักฉันไหม”

อีก 4 ข้อสุดท้ายขอเก็บไว้ก่อนนะคะ อิอิ ไว้มาติดตามตอนต่อไปของวิธีเหมียวบอกรักกันค่ะ
คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,
ID line cheng025
www.bannmhakamaeo.com

ติดตามอ่านภาคแรกได้ที่นี่ค่ะ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=718035271606724&id=119047174838873&substory_index=0

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

14วิธีเหมียว...บอกรัก

14วิธีเหมียว...บอกรัก

วัันนี้มาดู 14 วิธีที่น้องแมวเค้าบอกรักเรากันค่ะ

1.ส่งเสียงกรนเบาๆ(Cat Purrs) เมื่อเจ้าเหมียวส่งเสียงกรนครืดๆคล้ายเสียงมอเตอร์ ส่วนใหญ่เราจะได้เสียงนี้ตอนแมวกำลังนอนหลับสบาย เสียงกรนแบบนี้แสดงถึงความสบายใจ ผ่อนคลายและมี ความสุขของเจ้าเหมียว ซึ่งเรามั่นใจได้เลยว่า หากเรากำลังอุ้มเค้าหรือเค้านอนบนตักเราแล้วส่งเสียงกรนเบาๆนั่นหมายถึงเค้า กำลังบอกว่า “เค้ารักคุณ” นะคะ

2. กลิ้งตัวไปมา (Cat Rolling) เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าเหมียวทิ้งตัวลงบนพื้นแล้วกลิ้งตัวไปมานั่นคือการ แสดงออกซึ่งความรักอย่างหนึ่ง รู้ได้เลยว่าเจ้าเหมียวแสนซนของคุณกำลังชักชวนให้คุณสนใจเค้า เพื่อจะบอกว่า “รักนะ” ซึ่งท่าทางนี้เขาจะเลือกทำเฉพาะรักอย่างแท้จริงเท่านั้น

3. เอาหัวมาชน (Cat Bunting) เอาหัวมาชนเอาหน้ามาถูไถนั่นก็เป็นการแสดงออกว่า เค้ารักเราอีกแบบหนึ่ง ทั้งนี้บริเวณใบหน้าของแมวจะมีต่อมกลิ่น และจะปล่อยฟีโรโมนออกมา เพื่อแสดงความเป็นมิตร แสดงความรักและแสดงความคุ้นเคยระหว่างแมวด้วยกัน บ้านไหนเลี้ยงแมวหลายๆตัวคงเคยเห็นแมวที่สนิทๆกันชอบเอาหัวมาชนกันถูกัน นั่นก็เป็นการแสดงความรักในแบบของเหมียว นอกจากนี้เจ้าของแมวก็อาจจะเจอพฤติกรรมบอกรักอื่นๆ เช่น เวลาแมวนั่งบนตักเราแล้วเอาหัวมาชนกับคางเราบ้าง จมูกเราบ้างหรือแม้กระทั่งหน้าผากเราบ้าง ก็เป็นการแสดงความรักต่อเราด้วยเช่นกัน

4. ข่วนโซฟาหรือที่นอนของคุณ(Cat Scratching) บอกได้เลยว่าการบอกรักด้วยวิธีนี้เจ้าของแมวคงไม่มีใครชอบแน่ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าเหมียวตัวแสบ ใช้วิธีนี้เป็นวิธีบอกรักอีกวิธีหนึ่งเช่นกัน แมวข่วนเป็นการแสดงออกถึงการเป็นเจ้าของพื้นที่โดยใช้การข่วนบริเวณนั้น หากสังเกตต่ออีกสักนิดคุณจะพบว่าบริเวณที่เจ้าเหมียวชอบข่วนมักจะเป็นที่ ประจำของคุณเช่น โซฟาตัวโปรดที่คุณนอน เพราะเค้าอยากบอกว่า “คิดถึงจัง เมื่อไหร่จะกลับมา” รู้แบบนี้แล้วโกรธไม่ลงเลยใช่ไหมคะ

5. แมวนวด (Cat Kneading) แมวบ้านไหนชอบนวดเจ้าของ นอกจากเราจะหายเหนื่อยแล้ว เจ้าเหมียวยังแสดงความรักกับเราด้วยนะ ทั้งนี้ไม่ใช่แมวทุกตัวจะมีพฤติกรรมเป็น”แมวนวด”ได้ การแสดงออกแบบนี้ มักมีที่มาจากวัยที่เป็นลูกแมวยังดูดนมอยู่ จะเอาเท้าหน้าทั้งสองนวดๆกดๆบริเวณเต้านม เพื่อให้น้ำนมไหล ส่วนแมวโตบางตัวอาจยังคงแสดงพฤติกรรมนี้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเจอของนุ่มๆนิ่มๆหรือเมื่อรู้สึกพึงพอใจ บางตำราบอกเอาไว้ว่า แมวที่นวดได้มักบ่งบอกถึงว่าเป็นแมวที่ฉลาดกว่าแมวที่ไม่เคยนวด
วันนี้ลงไว้แค่ 5 ข้อก่อนนะคะ ส่วนอีก 9 ข้อขอติดไว้ก่อน รอติดตามตอนต่อไปกันนะคะ^^

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,
ID line cheng025
www.bannmhakamaeo.com

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

5 อันตราย ภายในบ้านที่ควรระวังต่อเจ้าแมวเหมียว

5 อันตราย ภายในบ้านที่ควรระวังต่อเจ้าแมวเหมียว

บ่อยครั้งที่เราคิดว่าการออกไปเที่ยวนอกบ้านของเจ้าแมวเหมียวเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งโรคติดต่อ อุบัติเหตุ ยาเบื่อต่างๆ โดนสัตว์มีพิษ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่วันนี้เราจะมาดูกันว่าภัยในบ้านที่อาจเกิดกับเจ้าเหมียวที่เราจะต้องระวัง มีอะไรกันบ้างค่ะ

1.เครื่องใช้ไฟฟ้าและสายไฟภายในบ้าน เจ้าเหมียวมีนิสัยชอบกัดชอบแทะ ต้องระวังการกัดสายไฟเพราะเค้าโดนไฟฟ้าช้อตจนเสียชีวิตได้ค่ะ

2.อันตรายจากยาและสารเคมีในบ้าน เช่น น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาถูพื้น ยาฆ่าแมลง ยาเบื่อหนู ยากันยุง ลูกเหม็น น้ำหอม ยาสามัญประจำบ้าน โดยเฉพาะยาพาราเซตามอล ที่หากได้รับเข้าไป อาจทำให้แมวของเราเสียชีวิตได้เลยค่ะ

3.อันตรายจากพืชผักและไม้ประดับบ้าน พืชที่เป็นพิษกับแมว เช่น ว่านหางจระเข้  เงินไหลมา บอนสี บอนเขียว สาวน้อยประแป้ง โป้ยเซียน ลิลลี่ หัวหอม กระเทียม องุ่น เป็นต้นค่ะ

4.อันตรายจากอุปกรณ์ของใช้ในบ้าน แมวเป็นสัตว์ขี้เล่น มีนิสัยชอบตะปป กัด แทะและจับเหยื่อ ซึ่งบางครั้งการเล่นแบบนี้ ทำให้เกิดปัญหาจากการไปเล่นของใช้ต่างๆภายในบ้านได้ เช่น เหรียญ เข็ม ด้าย เชือก คลิปหนีบกระดาษ เบ็ดตกปลา เป็นต้น ซึ่งหากแมวกินสิ่งเหล่านี้เข้าไป จะทำให้ลำไส้ถูกของเหล่านี้ทิ่มแทง มีการอุดตันของลำไส้ได้ค่ะ

5.อันตรายจากเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตู้ โต๊ะ ชั้นวางของ ตู้เย็น ตู้กับข้าว อันตรายจากเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มาจาก แมวมีนิสัยชอบแอบ ซ่อน นอนตามซอก ซึ่งเมื่อเราเปิดเปิดตู้ต่างๆ แมวอาจเข้าไปโดยที่เราไม่รู้  ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาได้ ดังนั้นเราไม่ควรเปิดตู้ต่างๆทิ้งไว้ และก่อนปิดตู้ก็ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีแมวไปหลบอยู่ค่ะ

ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ ว่าสิ่งของในบ้านที่ดูจะไม่มีอันตรายอะไร อาจพรากชีวิตน้องแมวไปจากเราได้ แมวก็เหมือนเด็กน้อยที่ซุกซน และไม่รู้ว่าอันไหน สิ่งไหนเป็นอันตรายกับเค้าค่ะ เราซึ่งเป็นเจ้าของต้องหมั่นคอยระมัดระวังดูแลอย่าให้เกิดอันตรายกับเค้าค่ะ แมวไม่ได้มีเก้าชีวิตหรอกนะคะ พลาดเพียงครั้งเดียว ก็อาจไม่ได้ยินเสียงเหมียวๆอีกต่อไปค่ะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่ 083-8959865 , 075-447775 , ID line cheng025 ค่ะ
www.bannmhakamaeo.com


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือสื่อรักสัตว์เลี้ยงค่ะ

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

                                  15 วิธีง่ายๆดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงหน้าฝน


หน้าฝนมาแล้ว ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยค่ะ วันนี้ก็เลยหยิบเอาวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ

1.นำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่สูงอายุและอายุน้อยๆ
น้องหมา : ได้แก่ วัคซีนรวมไข้หัดสุนัข ลำไส้อักเสบและหลอดลมอักเสบติดต่อ
น้องแมว : ได้แก่ วัคซีนหัดแมวและหวัดแมว

2.ป้องกันเห็บหมัด ไม่ให้มีบนตัวสัตว์เลี้ยง เช่น การใช้แชมพูหรือยาหยอดหลังกำจัดเห็บหมัด

3.ป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่สัตว์เลี้ยงถูกยุงกัด ซึ่งสามารถป้องกันได้โดย การใช้ยากิน ยาฉีด หรือ ยาหยอดหลัง

4.ดูแลให้ผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงแห้งตลอดเวลา

5.ระวังอย่าให้น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตาหรือเข้าหู เพราะอาจทำให้เจ็บตาหรือหูอักเสบได้

6.ให้กินอาหารคุณภาพสูง ระดับเกรดพรีเมี่ยมขึ้นไป เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพแข็งแรง แต่ระวังอย่าให้มากเกินไปนะคะ เพราะอาจจะทำให้อ้วนได้ค่ะ

7.ห้ามปล่อยให้สุนัขและแมว ออกไปกินน้ำที่ท่วมขังอยู่นอกบ้านโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ท้องเสียได้

8.เฝ้าระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง

9.ห้ามป้อนยาแก้หวัดหรือยาลดไข้ให้สัตว์เลี้ยงก่อนปรึกษาสัตวแพทย์โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะยาพาราเซตามอล เป็นยาที่มีอันตรายต่อแมวอย่างรุนแรง

10.ควรหาเสื้อผ้าสวมใส่ให้น้องหมาน้องแมว เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น

11.ในกรณีที่ฝนตกฟ้าคะนอง ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เจ้าของควรพาน้องหมาน้องแมวมาอยู่ใกล้ๆ เพราะเค้าอาจจะเครียดและตื่นกลัวเสียงดังกล่าวได้ อาจจะเปิดทีวีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

12.หากสัตว์เลี้ยงมีอาการคัน ขนร่วง หรือมีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ ให้พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ เพราะแสดงว่าสัตว์เลี้ยงอาจป่วยด้วยโรคผิวหนังเพราะอากาศชื้นในหน้าฝน

13.ดูแลให้ที่หลับที่นอน เช่น พื้นกรง เบาะปูนอน แห้งและอบอุ่น

14.ควรถ่ายพยาธิสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันพยาธิลำไส้ที่อาจติดมา

15.อาจให้สัตว์เลี้ยงกินวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกทางหนึ่งค่ะ

ถ้าเจ้าของท่านใดดูแลน้องหมาน้องแมวได้ตาม 15 วิธีข้างต้น รับรองเลยค่ะ ว่าสัตว์เลี้ยงของเราจะมีสุขภาพดีตลอดหน้าฝนแน่นอนค่ะ 
 
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่ 083-8959865 , 075-447775 , ID line cheng025 ค่ะ
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว นครศรีธรรมราชค่ะ
www.bannmhakamaeo.com

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือสื่อรักสัตว์เลี้ยงค่ะ

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

13 กรณีฉุกเฉินของสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของควรพาไปหาหมอทันที
1.มีเลือดออกรุนแรงหรือเลือดไหลไม่หยุดภายใน 5 นาที
2.มีอาการสำลัก หายใจลำบากหรือไอ และอาเจียนตลอดเวลา
3.เลือดออกตามทวารต่างๆ เช่น เลือดออกจมูก เลือดออกปาก ไอเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเลือด
4.ปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระไม่ออก โดยมีอาการปวดเบ่งอย่างรุนแรงร่วมด้วย
5.ได้รับอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บบริเวณดวงตา
6.สงสัยว่ากลืนกินสารพิษหรือสิ่งที่เป็นพิษเข้าไป เช่น ผงซักฟอก ยาเบื่อหนู ยาฆ่าแมลงหรือยารักษาโรคของคน
7.ชักหรือชักและมีอาการกระตุกร่วมด้วย
8.กระดูกหัก ขากะเผลกอย่างรุนแรง จนถึงเดินไม่ได้
9.มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงหรือมีอาการกระวนกระวายมากอย่างเห็นได้ชัด
10.มีอาการหอบแดดหรือเป็นลมแดด
11.อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง
12.ไม่ยอมกินน้ำนาน 24 ชมหรือมากกว่า
13.หมดสติ ไม่รู้ตัว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สื่อรักสัตว์เลี้ยง
ขอคำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกบ้านหมากะแมว 075-447775,083-8959865 ID line:cheng025
www.bannmhakamaeo.com
เมื่อน้องแมวเป็นโรคติดเชื้อไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาว

สาเหตุของโรค : โรคนี้เป็นโรคติดต่อในแมว หรือเรียกกันว่า ลิวคิเมียในแมว มีสาเหตุมาจากไวรัส ชื่อ Feline Leukemia Virus (FeLV) ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับไวรัสเอดส์แมวค่ะ (FIV) ไวรัสชนิดนี้ติดต่อเฉพาะในสัตว์ตระกูลแมวเท่านั้นค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลนะคะว่าจะติดคน (ทั้งเอดส์แมวและลิวคิเมียแมว ไม่ติดคนค่ะ)

การติดต่อ : ติดผ่านการกัดกัน ผ่านรก ผ่านน้ำนมจากแม่แมวไปสู่ลูกแมว ใช้ชามน้ำชามอาหารร่วมกัน เลียให้กัน ใช้สถานที่ขับถ่ายร่วมกัน
อาการของโรค : ซึม น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต ช่องปากอักเสบ ในบางตัวอาจมีไข้เรื้อรัง ในแมวที่ติดเชื้อพบการตายแรกคลอดและการแท้งสูงกว่าแมวปกติ บางตัวอาจมีอาการชัก เดินเซ อาจเกิดเนื้องอกตามส่วนต่างๆของร่างกาย มีภาวะโลหิตจาง ภาวะภูมิคุ้มกันถูกกดและติดเชื้อต่างๆได้ง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวของเราติดโรค : วิธีการตรวจที่นิยม สะดวก รวดเร็ว คือการใช้ชุดตรวจสำเร็จรูปหาองค์ประกอบของเชื้อไวรัส ซึ่งทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก รอผลตรวจไม่นาน แต่มีข้อเสียคืออาจให้ผลลบลวง ในกรณีที่แมวกำลังป่วยอยู่ในระยะแฝง ดังนั้นกรณีตรวจออกมาแล้วให้ผลลบ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งห่างจากครั้งแรกที่ 3-6 เดือน นอกจากนั้นการวินิจฉัยโรคยังต้องอาศัยผลเลือดอื่นๆและอาการทางคลินิกร่วม ด้วย

การดูแลแมวป่วย : ควรแยกเลี้ยงแมวป่วยจากแมวตัวอื่นๆภายในบ้าน แยกอุปกรณ์ ของใช้ ไม่ปล่อยให้เที่ยวนอกบ้าน(เพราะอาจออกไปแพร่เชื้อให้แมวอื่นๆนอกบ้าน) ควรทำหมันแมวเพื่อลดการติดต่อของโรค

จะป้องกันน้องแมวจากโรคนี้ได้อย่างไร : เลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการออกไปติดโรค ทำหมันเพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าว เพื่อลดความเสี่ยงในการออกไปกัดกับแมวตัวอื่น ก่อนนำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยง ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีโรคนี้ติดมาด้วย ถ้ามีแมวในบ้านเป็นโรคนี้ก็ต้องแยกเลี้ยงกับแมวตัวอื่นๆ ทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคิเมีย โดยสามารถเริ่มทำวัคซีนได้ในแมวที่มีอายุ 2 เดือนครึ่งขึ้นไป แต่ก่อนจะทำวัคซีนจะต้องทำการตรวจหาเชื้อไวรัสก่อน ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบ ก็สามารถทำวัคซีนได้ค่ะ แต่ถ้าผลตรวจออกมาเป็นบวก ให้รออีก 3-6 เดือนและตรวจซ้ำอีกครั้ง ถ้าผลตรวจยังคงเป็นบวกก็ไม่แนะนำให้ทำวัคซีนค่ะ

โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นการป้องกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 075-447775,083-8959865 ,ID line : cheng025 , www.bannmhakamaeo.com และ Facebook : หมอส้มเช้ง คลินิกบ้านหมากะแมว ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากสื่อรักสัตว์เลี้ยง และหนังสือโรคติดเชื้อที่สำคัญในสุนัขและแมวค่ะ
และภาพจาก www.hdwallpapersinn.com
5 โรคประจำวัยสุนัขชราที่เจ้าของควรรู้

สุนัขชราหมายถึง สุนัขที่มีอายุ 6- 7 ปีขึ้นไปค่ะ วันนี้หมอจะมาให้ความรู้ว่ามีโรคอะไรบ้างที่มักจะพบในสุนัขสูงวัย ซึ่งคุณเจ้าของน้องหมาทุกท่านจะได้ระมัดระวัง คอยสังเกตสุนัขเมื่อวัยชรามาถึงค่ะ

1.โรคข้อเสื่อม : โรคนี้เกิดจากข้อต่างๆ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก เสื่อมลงตามอายุ ส่งผลให้น้องหมาปวดตามข้อ มีอาการขากะเผลกหรือเดินไม่ได้เพราะความปวด เพื่อเป็นการป้องกันโรคนี้ จึงควรดูแลน้องหมาของเราอย่าให้อ้วน เพราะน้ำหนักที่เกินจะทำให้ข้อต่างๆต้องรับน้ำหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้ข้ออักเสบหรือเสื่อมตามมาได้ พันธุ์ที่พบได้บ่อย เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ และเยอรมันเชพเพอด

2.โรคฟันและโรคเหงือก : สุนัขชรามักมีปัญหาในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ ฟันมีหินปูนเกาะและโรคเหงือกอักเสบ

3.โรคอ้วน : เมื่อสุนัขอายุมากขึ้น ร่วมกันการที่เจ้าของไม่ได้ดูแลจัดการเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย ส่งผลให้สุนัขชราส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคข้อเสื่อม เบาหวาน โรคหัวใจ

4.โรคไทรอยด์ต่ำ : พบได้บ่อยในสุนัขชรา ซึ่งภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำจะส่งผลกับระบบอื่นๆของร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบหัวใจ ระบบกล้ามเนื้อ ระบบสืบพันธุ์และระบบประสาท

5.โรคมะเร็ง : ปัจจุบันสุนัขชราจำนวนมากป่วยด้วยโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่เริ่มต้น เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การรักษาประสบความสำเร็จค่ะ

สุนัขชราควรตรวจร่างกายอย่างน้อยปีล่ะ 2 ครั้งนะคะ เพราะหากเกิดปัญหาใดๆจะได้สามารถแก้ไขได้ทันค่ะ นอกจากนั้นอย่าลืมให้อาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ออกกำลังกายอย่างถูกต้อง และเหนืออื่นใดอย่าลืมให้ความรักและการเอาใจใส่น้องหมาของเรานะคะ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถโทรสอบถามได้ที่ 083-8959865 , 075-447775 , ID line cheng025 ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือสื่อรักสัตว์เลี้ยงค่ะ

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557


 "หมอคะถ้าหมาโดนงูกัดเราจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างไร"

เบื้องต้นต้องทราบก่อนว่าหากสุนัขโดนงูกัด อาการผิดปกติอาจจะแสดงให้เห็นตั้งแต่ 10 นาทีแรก ไปจนถึงโดนกัดไป 4 วันแล้วค่อยแสดงอาการก็ได้...ค่ะ ส่วนน้องแมว จะแสดงอาการผิดปกติหลังโดนกัดประมาณครึ่งวันหรือวันกว่าๆไปแล้ว ดังนั้นการที่สุนัขและแมวโดนกัดแล้วไม่มีอาการก็อย่าเพิ่งวางใจนะคะ ถ้าสุนัขและแมวถูกงูกัดจะทำอย่างไรดี
1.ให้สัตว์อยู่ในสภาวะที่สงบที่สุด ถ้ายิ่งขยับมากพิษจะยิ่งกระจายเร็วค่ะ
2.ถ้าโดนกัดที่ขา ให้ใช้ผ้ารัดเหนือแผลไว้
3.ไม่ต้องล้างแผล เพราะการล้างจะยิ่งเร่งให้พิษเข้ากระแสเลือด
4.ห้ามใช้น้ำแข็งประคบแผล เพราะจะทำให้ปากแผลไหม้และติดเชื้อได้
5.อย่าเอาปากดูดพิษ เพราะเจ้าของอาจได้รับพิษได้ค่ะ
6.รีบพาสุนัขไปคลินิกหรือโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดค่ะ
ข้อสำคัญเจ้าของควรทราบว่างูที่กัดเป็นงูอะไร หากไม่รู้จักก็ควรจดจำลักษณะงูไปแจ้งหมอค่ะ เพราะเวลาให้เซรุ่มรักษาต้องให้เซรุ่มจำเพาะ หากเป็นงูไม่มีพิษก็ยังต้องพาไปหาหมอนะคะ เพราะรอยกัดจากงู อาจทำให้บริเวณแผลที่โดนงูกัดติดเชื้อได้ ซึ่งสุนัขจำเป็นจะต้องได้รับปฏิชีวนะด้วยค่ะ 

โรงพยาบาลสัตว์ของเราตั้งอยู่บน ถนนสะพานยาว 

อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 


ติดต่อเราได้ที่

โทร 083-8959865 ,075-447775

Facebook : คลินิกบ้านหมากะแมว

เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ 9.00 - 20.00 น