วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มารู้จักโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวกันเถอะ

"มารู้จักมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวกันเถอะ"

ช่วงที่ผ่านมามีแมวหลายๆตัวทีป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 และเป็นเรื่องที่เจ้าของทำใจได้ยากยิ่งเมื่อบางตัวมาหาหมอในสภาวะที่เกินจะเยียวยาและต้องเสียชีวิตลง 

ในขณะที่บางตัวมาเร็วก็ยังมีชีวิตอยู่และประคับประคองดูแลกันไป 

แต่คำถามที่ตามมาคือ 

โรคนี้คืออะไร?

 ติดต่อได้อย่างไร?

 เมื่อเป็นแล้วจะทำยังไงต่อไป?

 แล้วตัวอื่นๆในบ้านจะทำยังไงดี ??

บลา บลา .........

ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักโรคนี้กันค่ะ^^

สาเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว

โรคนี้เป็นโรคติดต่อในแมว มีชื่อว่า Feline Leukemia Virus (FeLV) โดยจะติดต่อเฉพาะในสัตว์ตระกูลแมวเท่านั้น ไม่ติดคนค่ะ^^

การติดต่อของโรค

ติดต่อผ่านการกัดกัน ผ่านรก ติดจากน้ำนมจากแม่สู่ลูก ติดผ่านน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะอุจจาระค่ะ

อาการที่พบได้

อาการที่พบได้จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ขึ้นกับระยะของโรคและปริมาณการเพิ่มจำนวนของไวรัสค่ะ

อาการที่พบ เช่น 

• ซึม ซีด น้ำหนักลด ไม่กินอาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต ช่องปากอักเสบ บางตัวอาจมีไข้เรื้อรัง

• ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง ทำให้ติดเชื้อต่างๆได้ง่าย

• แม่แมวที่ติดเชื้อ อาจแท้งลูกและพบลูกตายแรกคลอดสูงกว่าแมวปกติ(ลูกแมวอาจเสียชีวิตหลังคลอดได้ 1-2 สัปดาห์)

• มีอาการทางระบบประสาท ชัก เดินเซ

• อาจพบเนื้องอกตามส่วนต่างๆของร่างกาย

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวเราติดเชื้อ FeLV รึเปล่า

วิธีตรวจที่นิยมคือ การใช้ชุดตรวจสำเร็จรูปตรวจหาองค์ประกอบของเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นวิธีที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก และรอผลตรวจไม่นาน 

แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ อาจเกิดผลลบลวง ในกรณีที่ แมวป่วยอยู่ในระยะแฝง(ทั้งที่เป็นโรคแต่ตรวจหาเชื้อไม่เจอ)

 ดังนั้นสัตวแพทย์จะใช้การตรวจอื่นๆประวัติและอาการในการวินิจฉัยร่วมด้วย และควรตรวจซ้ำหลังจากตรวจครั้งแรกที่ 2-3 เดือนอีกครั้งนึงค่ะ

การดูแลแมวที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

• ควรแยกแมวตัวที่ป่วยออกจากแมวตัวอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์กระบะทรายต่างๆ นอกจากนั้นไม่ควรปล่อยแมวป่วยออกไปนอกบ้าน เพื่อลดการติดเชื้ออื่นๆแทรกซ้อน รวมถึงลดการแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นๆด้วยค่ะ

• ควรทำหมันแมวเพื่อลดการติดต่อของโรค

• พาไปพบสัตวแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
จะป้องกันไม่ให้น้องแมวติดไวรัสนี้ได้อย่างไร

• ควรเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้าน เพื่อลดการติดเชื้อไวรัสนี้จากแมวตัวอื่น

• ทำหมัน เพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าว ที่อาจทำให้เกิดการกัดกันกับแมวตัวอื่น

• ก่อนนำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงควรทำการตรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีโรคนี้อยู่

• หากพบแมวที่เป็นโรคนี้ในบ้านต้องเลี้ยงแยกกับแมวตัวอื่น

• ควรทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคิเมีย ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยสามารถทำได้ตั้งแต่แมวอายุ 2 เดือนครึ่งขึ้นไป 

ก่อนทำวัคซีนควรตรวจหาเชื้อไวรัสก่อน 

ถ้าผลการตรวจเป็นลบ ก็เริ่มทำวัคซีนได้ 

แต่ถ้าผลเป็นบวก ให้รออีก 2-3 เดือนและตรวจซ้ำอีกที ถ้าผลตรวจยังเป็นบวก ก็ไม่แนะนำให้ทำวัคซีนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สื่อรักสัตว์เลี้ยงค่ะ
❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️

โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว 

ตรวจวินิจฉัยโรคสุนัขและแมว
ฉีดวัคซีนสุนัขและแมว ฉีดกำจัดเห็บหมัด
ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเซลล์เนื้องอกและมะเร็ง
ผ่าตัดทำหมัน ผ่าคลอด ผ่านิ่ว ผ่าเนื้องอก
ศัลยกรรมกระดูก วางยาสลบด้วยเครื่องดมยาสลบ
ขูดหินปูนสุนัขและแมว ถ่ายเลือด
เอ็กซเรย์ดิจิตัล อัลตร้าซาวน์
ตรวจวัดความดันตาด้วยเครื่องวัดความดันตา
ฝากเลี้ยง ฝากดูแลสุนัขและแมวป่วย โรงแรมแมว
จำหน่ายอาหารประกอบการรักษาโรค 
จำหน่ายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
มีรถพยาบาล บริการนอกสถานที่
 
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
เปิดบริการทุกวัน 9.00 - 20.00 น. ทุกวัน
มีสัตวแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำการทุกวัน

Id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com
 

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไส้เลื่อนข้างก้น

คุณหมอคะ หมาพี่มีถุงตุงๆข้างก้น!!! 

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึง อาการนี้ค่ะ

"Perineal Hernia" 

อ้ะๆๆๆ อย่าๆๆ อย่าเพิ่งงงค่ะ เดี๋ยวหมอจะค่อยๆอธิบายให้อ่านกันนะคะ

ภาวะนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก กล้ามเนื้อบริเวณข้างก้นของน้องหมา (น้องแมวก็เกิดได้นะ แต่โอกาสเกิดน้อยกว่ามากกก) เกิดการอ่อนแรงและกล้ามเนื้อมีการแยกออกจากกัน จนเกิดเป็นช่องว่างขึ้นมา และมีอวัยวะในช่องท้อง เช่น ลำไส้ เนื้อเยื่อไขมัน กระเพาะปัสสาวะ ไหลเข้ามากองอยู่ในช่องว่างนั้นค่ะ

ส่งผลให้ข้างก้น มีถุงก้อนโตเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นข้างเดียวหรือ สองข้างก็ได้ค่ะ

โดยภาวะนี้มักพบใน น้องหมาเพศผู้อายุเยอะที่ยังไม่ได้ทำหมัน

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยโน้มนำการเกิดถุงข้างก้นนี้ด้วยค่ะ ได้แก่ 

-ต่อมลูกหมากโต (มักพบในน้องหมาเพศผู้อายุ 5 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้ทำหมัน)
-ท้องผูก
-ท้องเสีย
-ต่อมข้างก้นอักเสบ

หมอคะ แล้วขุ่นพี่จะสังเกตได้ยังไงคะ ว่าหมาพี่จะเกิดภาวะนี้รึเปล่า?????

ง่ายมากค่ะ คุณพี่สังเกตว่าน้องหมาของคุณพี่มีอาการดังต่อไปนี้รึเปล่านะคะ

-เบ่งถ่าย
-ท้องผูก
-ข้างก้นบวม อาจจะข้างเดียวหรือสองข้าง
-ปัสสาวะไม่ออก เพราะกระเพาะปัสสาวะหลุดไปอยู่ในถุงข้างก้น ทำให้ท่อฉี่พับ ฉี่ไม่ออกและไตวายตายได้นะคะ

อู้วววววว น่ากลัวมากค่ะคุณหมอ แล้วถ้าเกิดหมาพี่เป็นแล้ว จะแก้ไขได้มั้ยคะ

ได้ค่ะ^^ (หมอยิ้มสวยด้วยนะจ้ะ)

เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้น เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดค่ะ

แต่ผ่าตัดแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้นะคะ ดังนั้นโดยส่วนใหญ่คุณหมอมักจะให้กำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาด้วยค่ะ 

เช่น ทำหมันน้องหมา เพื่อกำจัดปัญหาต่อมลูกหมากโต
 จัดการเรื่องอาหารเพื่อป้องกันภาวะท้องผูกเป็นต้นค่ะ

แล้วจะมีวิธีป้องกันมั้ยคะหมอ??? ไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับลูกพี่เลยอ่ะค่ะ

งั้นหมอขอแนะนำตามนี้นะคะ

1.ทำหมันน้องหมา เพื่อลดปัญหาต่อมลูกหมากโตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

2.จัดการเรื่องอาหารให้สมวัย จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ถ่ายไม่ออกค่ะ

3.หมั่นดูแลเรื่องต่อมก้น ไม่ให้อุดตัน อักเสบค่ะ

จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ

หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของน้องหมา น้องแมวทุกท่านนะคะ

เหมือนเดิมค่ะ หากคิดว่าบทความเป็นประโยชน์ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้หมอด้วยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099-8249565,062-9646165 ค่ะ^^

#โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว #รักษาสัตว์ #นครศรีธรรมราช
 

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หินปูนในน้องหมา ร้ายกว่าที่คุณคิด

สวัสดีค่ะ เราชื่อหมอส้มเช้ง 55555

ไม่ใช่แล้วค่ะ วันนี้เอาภาพ before & after ก่อนขูดหินปูน และหลังขูดหินปูนมาให้ดูกันค่ะ^^

รู้มั้ยคะ ว่าหินปูนในน้องหมา ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กๆ ธรรมดาเลยนะ

ว่าแล้วก็ขอเล่าเลยล่ะกันนะคะ ว่าเจ้าตัวร้ายนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง

1.ทำให้น้องหมาปวดฟัน เป็นฝีที่โพรงรากฟัน กินอาหารยากและลำบาก

2.แบคทีเรียที่อยู่ในโพรงฟัน มีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด แล้วเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น
ตับอักเสบ ไตวาย และลิ้นหัวใจอักเสบได้ค่ะ

3.ทำให้ขากรรไกร เปราะและแตกหักได้ง่าย เนื่องจากฟันรากฟันเสียหายและเสื่อมสภาพไปค่ะ

4.ในน้องหมาหลายๆตัวที่เป็นฝีที่โพรงรากฟัน จะมีการทะลุระหว่างช่องปากและช่องจมูก ทำให้น้องหมามีน้ำมูกไหล มีกลิ่น จาม สำลัก อยู่ตลอดได้ค่ะ

ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ ว่าเรื่องเล็กๆแค่หินปูน จะทำร้ายร่างกายน้องหมาได้ขนาดนี้

และปัญหาเหล่านี้ มักเกิดในนัองหมาพันธุ์เล็ก มากกว่าน้องหมาพันธุ์ใหญ่ค่ะ

ว่าแล้วก็พาน้องหมาไปหาหมอเพื่อทำฟันกันดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะมีปัญหาลุกลามใหญ่โต จริงมั้ยคะ^^

ด้วยรักและปรารถนาดี
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ 099-8249565 id line : cheng025
 

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

หมอคะแมวหนูฉี่เรี่ยราดค่ะ ทำยังไงดีคะ

เคยเจอปัญหาแมวฉี่เรี่ยราดในบ้านกันบ้างมั้ยคะ???

แบบที่ยกหางขึ้น แล้วก็ปี้ด!! ตรงนั้นที ตรงนี้ที

นั่นล่ะค่ะ^^
...
พฤติกรรมนี้เรียกว่า "การทิ้งกลิ่นค่ะ"

และไม่ได้เป็นเฉพาะในตัวผู้เท่านั้นนะ ตัวเมียก็ทำค่ะ

มาดูกันว่าเราจะแก้ไข พฤติกรรม ฉี่ปี้ด ปี้ด ทั่วบ้านนี้ได้ยังไงบ้างค่ะ

1.ตอนหรือทำหมันซะเลย

เนื่องจากแมวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ บางตัวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ค่ะ ทำให้เริ่มมีการประกาศอาณาเขต "ที่ตรงนี้ของข้านะเฟ้ย!!" ขึ้นมาค่ะ

2.กำจัดความเครียด

แมวหลายๆตัวแสดงพฤติกรรมนี้เพราะเครียดค่ะ ดังนั้นต้องหาให้ได้ว่าแมวของเราเครียดจากอะไร มาดูตัวอย่างความเครียดที่ทำให้แมวฉี่เรี่ยราดกันค่ะ

✔เจ้าของไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ค่อยมีเวลาให้

✔มีคนแปลกหน้ามาที่บ้านบ่อยๆ

✔กระบะทรายสกปรก ลงไปฉี่ไม่ลงค่ะ

✔เปลี่ยนตำแหน่งกระบะทรายหรือเปลี่ยนชนิดทรายที่ใช้

✔เปลี่ยนวิ่งแวดล้อมในห้องหรือย้ายบ้าย

✔มีการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัว

✔มีแมวที่ไม่ชอบขี้หน้ามาอยู่ร่วมบ้าน (โอ้วแรงอ่ะ)

✔มีแมวตัวอื่นเข้ามาในละแวกบ้าน

 เยอะเลยใช่มั้ยคะ^^

ส่วนการแก้ไข ก็ต้องหาให้เจอค่ะ ว่าแมวของเรามีพฤติกรรมฉี่เรี่ยราดมาจากอะไร ถ้าเป็นเพราะเข้าสู่วัย

เจริญพันธุ์ก็ทำหมันค่ะ แต่ถ้าเป็นเพราะเครียด ก็ต้องแก้ไขความเครียดนั้นค่ะ

การเรียนรู้พฤติกรรมแมว ทำให้เราเข้าใจแมวมากขึ้น รู้ว่าแมวต้องการอะไร ทำแบบนี้เพราะอะไร ส่งผล

ให้แมวและเจ้าของแมวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ

อย่าลืมนะคะ เลี้ยงเมื่อพร้อม เลี้ยงอย่างรับผิดชอบ เลี้ยงอย่างเข้าใจค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

ด้วยรัก
หมอส้มเช้งค่ะ^^

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้ใจแมว ยิ่งรู้จัก ยิ่งใกล้กัน"

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมากะแมว นครศรีธรรมราช
www.bannmhakamaeo.com

โทร 075-447775,083-8959865

Id line : cheng025
เปิดบริการทุกวัน 9.00-20.00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทองแดง!!!!!

ทองแดง!!!

เห็นขึ้นหัวเรื่องแบบนี้สงสัยใช่มั้ยคะ
ทองแดงมันมาเกี่ยวอะไรกับ หมาๆแมวๆ
...
และเกี่ยวอะไรกับลูกโตๆในภาพประกอบ

"ทองแดง" ใช้เป็นชื่อเรียกความผิดปกติจากการที่ ลูกอัณฑะ ไม่ยอมลงไปอยู่ในถุงอัณฑะค่ะ

โอ๊ะโอ่!!
สาเหตุ เกิดมาจากตัวที่ทำหน้าที่ในการดึงลูกอัณฑะ ลงไปในถุงอัณฑะ ซึ่งมีชื่อเก๋ๆว่า Gubernaculum ไม่ทำงานค่ะ (อู้งานว่างั้น 555)

จากการอู้งานของ Gubernaculum ส่งผลให้ลูกอัณฑะไปอยู่ผิดที่ ผิดทาง ซึ่งอาจจะไปอยู่ในช่องท้อง ขาหนีบ หรือ แถวๆฝีเย็บ โดยอาจจะเกิดแค่ข้างเดียว หรือ เป็นทีเดียว 2 ข้างเลยก็ได้ค่ะ

ก็แค่อยู่ผิดที่ หมอถึงกับเอามาเขียนบทความเป็นหน้าๆเลยเหรอ???

ใช่แล้วค่ะ มันต้องสำคัญสิ

 เพราะการอยู่ผิดที่ของเจ้าลูกอัณฑะ ส่งผลให้

อัณฑะใบที่อยู่ผิดที่ไม่สร้างอสุจิ เพราะตำแหน่งที่อยู่ไม่เหมาะต่อการสร้าง ทำให้ผสมติดน้อย หรือ ผสมติดยาก

 แต่ก็ยังสามารถสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ตามปกตินะคะ

ที่สำคัญ คือ 70-80% ของลูกอัณฑะที่เป็นทองแดง มักจะกลายเป็นเนื้องอก หรือ มะเร็ง
(เรื่องใหญ่แล้วมั้ยล่ะ!!!!)

นอกจากนั้น การเกิดทองแดง ยังถ่ายทอดพันธุกรรมความผิดปกตินี้ไปยังรุ่นลูก รุ่นหลานด้วยนะคะ

อ้าวว แล้วเราจะรู้ได้เมื่อไหร่ล่ะคะหมอ ว่าหมาแมวเราเป็นทองแดง??

การวินิจฉัยว่าเป็นทองแดง ฟันธง ที่อายุ 6-8 เดือนค่ะ ถ้าอายุ 8 เดือนแล้ว ลูกตุ้ม 2 ใบยังไม่มา ก็ฟันธง โป๊ะเช้ะ ได้เลย ว่าทองแดงมาเยือนแล้วค่ะ

มาดูน้องหมาพันธุ์ที่เจอบ่อยๆว่าเป็นทองแดงกันค่ะ แต่น แตน แต๊นนนนน ได้แก่
Yorksire Terrier, Pomeranian ,Toy Poodle , Miniature , Siberian Husky , Chihuahua และ German Shepherd ค่ะ

แล้วมีวิธีการรักษามั้ยคะหมอ หนูกลัวหมาหนูเป็นมะเร็ง???

การรักษา คือ จะต้องผ่าตัดทำหมันเอาอัณฑะที่เป็นทองแดงออกค่ะ และ ไม่ควรให้ตัวผู้ตัวนั้นมีลูกหรือเป็นพ่อพันธุ์ เพราะลูกก็จะผิดปกติเหมือนพ่อ หรือได้รับยีนส์นั้นไปค่ะ

หมอคะไม่อยากผ่าอ่ะค่ะ รอเป็นมะเร็งก่อนแล้วค่อยผ่าได้มั้ยคะ???

^^ได้ค่ะ แต่ลองคิดดูดีๆนะคะ ว่าผ่าอัณฑะที่ยังไม่เป็นมะเร็ง ก้อนเท่าลองกอง 1 ลูก กับรอให้เป็นมะเร็ง แล้วให้หมอผ่าลูกมะพร้ามน้ำหอม 1 ลูก ออกจากช่องท้อง อันไหนจะแผลใหญ่และอันตรายกว่ากัน อิอิ อันนี้ฝากคุณเจ้าของพิจารณากันเองนะคะ

สุดท้ายขอขอบคุณข้อมูลจาก ศาสตราภิชาน.น.สพ.ดร.ชัยณรงค์ โลหชิต ค่ะ

และหากต้องการคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์ บ้านหมากะแมว
ถ.สะพานยาว เทศบาลนครศรีธรรมราช
โทร 083-8959865 , 075-447775
id line : cheng025
www.bannmhakamaeo.com

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ภาวะไข้น้ำนม

   
สวัสดีวันพฤหัสบดี สิ้นเดือนตุลาคมค่ะ วันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆค่ะ อีก 2 เดือนก็จะสิ้นปีอีกแล้ว หลังจากเมื่อวานเราคุยกันถึงภาวะการคลอดยากในสุนัขกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันถึงภาวะไข้น้ำนม ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดหลังจากคลอดลูกหรือกำลังเลี้ยงลูกอยู่นั่นเองค่ะ

ภาวะไข้น้ำนม คือ ภาวะที่ระดับแคลเซี่ยมในร่างกายแม่สุนัขต่ำลง แม่สุนัขที่ให้นมลูก จะสูญเสียแคลเซี่ยมผ่านทางน้ำนมอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสุนัขสายพันธุ์เล็กจะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแคลเซี่ยมต่ำมากกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่

อาการของภาวะไข้น้ำนม
-    แม่สุนัขกระวนกระวาย
-    เดินไม่สัมพันธ์กัน
-    ขาแข็ง เดินไม่ได้
-    มีไข้สูง
-    กล้ามเนื้อสั่น
-    อัตราการหายใจสูง
-    ชัก และถ้าแก้ไขภาวะนี้ไม่ทัน สุนัขอาจเสียชีวิต

แนวทางการรักษาไข้น้ำนม : ควรรีบพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ และให้แคลเซี่ยมเข้าทางหลอดเลือด ส่วนลูกสุนัขควรเลี้ยงด้วยนมทดแทน

แนวทางการป้องกันภาวะไข้น้ำนม : ควรให้แม่สุนัขกินอาหารสำหรับแม่สุนัขให้นมลูก หรือสูตรสำหรับลูกสุนัข หรืออาจเสริมแคลเซี่ยมให้กับแม่สุนัขที่กำลังให้นมลูก

ขอขอบคุณข้อมูลจากสื่อรักสัตว์เลี้ยง

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,
ID line cheng025
FB หมอส้มเช้ง : หมอส้มเช้ง คลินิกบ้านหมากะแมว
www.bannmhakamaeo.com

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ภาวะคลอดยากในสุนัข


สวัสดีค่ะ เนื่องจากช่วงนี้มีแม่สุนัขตั้งท้องเยอะเลยค่ะ วันนี้เลยหยิบเอาเรื่องภาวะคลอดยากมาให้อ่านกันค่ะ

ภาวะคลอดยาก คือ ภาวะที่แม่สุนัขไม่สามารถเบ่งคลอดลูกสุนัขออกมาได้ มีสาเหตุหลัก อยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ

1.สาเหตุมาจากแม่สุนัข ได้แก่ รูปร่างและขนาดช่องเชิงกรานของแม่สุนัขที่อาจจะแคบเกินไป จนลูกผ่านออกมาไม่ได้ และภาวะมดลูกเฉื่อยในแม่สุนัข

2.สาเหตุมาจากลูกสุนัข ได้แก่ ขนาดของลูกสุนัขที่ใหญ่เกินไปจนผ่านช่องเชิงกรานไม่ได้ ลูกมีการคลอดผิดท่า เช่น หันด้านข้างหรือท้ายลำตัวออก ลูกสุนัขพิการ หรือลูกเสียชีวิตก่อนเกิด

แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะพาแม่สุนัขไปพบสัตวแพทย์

1.เมื่อแม่สุนัขตั้งท้องเกิน 63 วัน

2.เมื่อระยะแรกของการคลอดมากกว่า 24 ชั่วโมง และยังไม่มีลูกสุนัขคลอดออกมมา

3.แม่สุนัขเบ่งคลอดมากกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที และยังไม่มีการคลอดตัวแรกออกมา

4.ระยะพักระหว่างการคลอดลูกตัวต่อไปนานเกิด 4 ชั่วโมง

5.มีเลือดออกจากช่องคลอดในปริมาณมาก

6.แม่สุนัขมีอาการอาเจียนและหมดแรงเบ่ง

เมื่อคุณหมอสงสัยภาวะคลอดยาก คุณหมอจะทำอะไรให้เราบ้าง

คุณหมออาจทำการตรวจช่องคลอด เอ็กซเรย์ส่วนช่องท้องเพื่อดูจำนวนลูกและท่าทางการคลอดของลูก อาจมีการอัลตร้าซาวน์เพื่อดูว่าลูกสุนัขยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากช่องเชิงกราน ขนาดของลูกสุนัข ท่าทางการออกของลูกสุนัขไม่มีปัญหา คุณหมออาจให้ยาเร่งคลอด แต่หากท่าทางผิดปกติ ลูกตัวใหญ่เกินไป ช่องเชิงกรานแคบ ลูกเสียชีวิต แม่สุนัขไม่มีแรงเบ่ง ก็อาจจะต้องผ่าคลอดทันทีค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากสื่อรักสัตว์เลี้ยง

คลินิกบ้านหมากะแมวโทร 083-8959865 , 075-447775 ,

ID line cheng025

www.bannmhakamaeo.com